อำเภอเมือง
       อำเภอยะหา
       อำเภอธารโต
       อำเภอรามัน
       อำเภอบันนังสตา
       อำเภอเบตง
       อำเภอกาบัง
       อำเภอกรงปินัง
 
กลุ่มงานข้อมูลสารสนเทศ
และการสื่อสาร สำนักงานจังหวัดยะลา

โทรศัพท์ 0-7321-1586, 221014
 สป.มท. 74941, 74922, 74929
E-mail: yala@moi.go.th


ประวัติความเป็นมา
          เดิมพื้นที่อำเภอเบตง ขึ้นอยู่กับอำเภอรามัน ต่อมาในปี พ.ศ. 2441 ได้ตั้งขึ้นเป็นอำเภอมีชื่อว่า "อำเภอยะรม " (ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 1 ตำบลเบตง ปัจจุบัน) แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 6 ตำบล คือ 1. ตำบลเบตง 2. ตำบลยะรม 3. ตำบลฮิตำ 4. ตำบลโกแน 5. ตำบลบาโลน 6. ตำบลเซะ หรือโกร๊ะ ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อจากอำเภอยะรม เป็นอำเภอเบตง ซึ่งคำว่า "เบตง" เป็นภาษามาลายู แปลว่า ไม้ไผ่
          ในปี พ.ศ. 2452 จากผลการปักปันเขตแดนระหว่างไทย กับสหพันธรัฐมลายูของอังกฤษ (มาเลเซีย) เป็นเหตุให้ตำบลบาโลน ตำบลโกแน ตำบลฮิตำ และตำบลเซะ รวม 4 ตำบล ถูกตัดออกจากอำเภอยะรมไปรวมกับรัฐเปรัค สหพันธรัฐมาลายูของอังกฤษ อำเภอจึงเหลือพื้นที่ปกครองอยู่เพียง 2 ตำบล คือเบตง และตำบลยะรม
           หลังจากนั้นมาอีก 21 ปี คือในปี พ.ศ. 2473 ที่ว่าการอำเภอเบตง ได้ย้ายที่ตั้งเดิมอีกครั้ง คือย้ายจากหมู่ที่ 1 ตำบลเบตง ไปตั้งอยู่ที่หมู่บ้านกำปงมัสยิด หมู่ที่ 6 ตำบลเบตง คือที่ตั้งที่ว่าการอำเภอเบตง ในปัจจุบันนี้ และแบ่งการปกครองออกเป็น 4 ตำบล คือ ตำบลเบตง ตำบลยะรม ตำบลอัยเวอร์เวง และตำบลตาเนาะแมเราะ

1) สภาพทั่วไป
     1.1 ลักษณะที่ตั้ง
          อำเภอเบตง ตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของประเทศไทย มีลักษณะหัวหอกที่ยื่นเข้าไปในประเทศ-สหพันธรัฐมาเลเซีย อยู่ห่างจากตัวจังหวัดยะลา โดยทางรถยนต์ 140 กิโลเมตร
     1.2 เนื้อที่
          อำเภอเบตงมีพื้นที่ 1,328.00 ตารางกิโลเมตร
     1.3 อาณาเขตติดต่อ
          ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอธารโต จังหวัดยะลา มีความยาวประมาณ 69 กม.
          ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอปึงกาลันฮูลู (โกร๊ะ) และอำเภอฮูลูเปรัค (กริ๊ก) ประเทศสหพันธรัฐมาเลเซียมาเลเซีย มีความยาวประมาณ 96 กม.
          ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอฮูลูเปรัค (กริ๊ก) ประเทศสหพันธรัฐมาเลเซีย และอำเภอจะแนะ อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส มีความยาวประมาณ 20 กม.
          ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอบาลิ่ง รัฐเคด้าห์ ประเทศสหพันธรัฐมาเลเซียมีความยาวประมาณ 33 กม.
     1.4 ลักษณะภูมิประเทศ
          สภาพพื้นที่ อำเบตงตั้งอยู่ในพื้นที่ราบสูง เนินเขา ลุ่มน้ำ สูงกว่าระดับน้ำทะเลโดยเฉลี่ย 1,900 ฟุต
          ภูเขา อำเภอเบตง ตั้งอยู่ตามแนวเทือกเขาสันกาลาคีรี
          แม่น้ำ อำเภอเบตง ตั้งอยู่ในพื้นที่ต้นน้ำของแม่น้ำปัตตานี
     1.5 ภูมิอากาศ
ลักษณะทางภูมิอากาศ มี 2 ฤดู คือ
          - ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ – เดือนพฤษภาคม ของทุกปี
          - ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายน – เดือนธันวาคม ของทุกปี
     1.6 พื้นที่และการใช้ประโยชน์
          พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเตรียมการฯ และป่านิคมสร้างตนเองสำหรับพื้นที่ที่เหลือใช้เพื่อการเกษตร การปศุสัตว์ การประมง การพาณิชย์ และอื่น ๆ การถือครองที่ดินอำเภอเบตง การออกเอกสารสิทธิให้แก่ราษฎร มีรายละเอียดดังนี้
          - มีโฉนดที่ดิน จำนวน 14,384 แปลง เนื้อที่ 15,563 ไร่ 2 งาน 80 ตารางวา
          - หนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3ก) จำนวน 351 แปลง
          - หนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) จำนวน 7,853 แปลง 87,849 ไร่ 2 งาน 71- ตารางวา
          - หนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (น.ส.ล.) จำนวน 25 แปลง 1,186 ไร่ 3 งาน 29.3 -ตารางวา
     1.7 การปกครอง
          อำเบตง แบ่งเขตการปกครองตาม พ.ร.บ. ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 เป็น
          1) ตำบลเบตง (เทศบาล) ชุมชน 10 ชุมชน
          2) ตำบลตาเนาะแมเราะ หมู่บ้าน 7 หมู่บ้าน
          3) ตำบลยะรม หมู่บ้าน 7 หมู่บ้าน
          4) ตำบลธารน้ำทิพย์ หมู่บ้าน 4 หมู่บ้าน
          5) ตำบลอัยเยอร์เวง หมู่บ้าน 9 หมู่บ้าน
          รวม 5 ตำบล หมู่บ้าน/ชุมชน 27/10 หมู่บ้าน/ชุมชน
          การปกครองส่วนท้องถิ่น
          มีเทศบาลตำบล 1 แห่ง คือ เทศบาลตำบลเบตง ประกอบด้วย 10 ชุมชน 7,672 ครัวเรือน มีพื้นที่ 79 ตารางกิโลเมตร
มีองค์การบริหารส่วนตำบล 4 แห่ง
          1) องค์การบริหารส่วนตำบลตาเนาะแมเราะ ประกอบด้วย 7 หมู่บ้าน 892 ครัวเรือน มีพื้นที่ 192.23 ตารางกิโลเมตร
          2) องค์การบริหารส่วนตำบลยะรม ประกอบด้วย 7 หมู่บ้าน 1,147 ครัวเรือน มีพื้นที่ 123.20 ตารางกิโลเมตร
          3) องค์การบริหารส่วนตำบลธารน้ำทิพย์ ประกอบด้วย 4 หมู่บ้าน 427 ครัวเรือน มีพื้นที่ 167.29 ตารางกิโลเมตร
          4) องค์การบริหารส่วนตำบลอัยเยอร์เวง ประกอบด้วย 9 หมู่บ้าน 1,225 ครัวเรือน พื้นที่ 765.28 ตารางกิโลเมตร
     1.8 ประชากร
          มีประชากรทั้งสิ้น 52,027 คน แยกเป็นชาย 26,765 คน หญิง 25,262 คน มีความหนาแน่นเฉลี่ยต่อพื้นที่ประมาณ 37 คน/ตารางกิโลเมตร

2) สภาพทางเศรษฐกิจ
     2.1 การเกษตรกรรม
          อำเภอเบตงมีพื้นที่การเกษตรทั้งสิ้น 378,065 ไร่ ครอบครัวเกษตร จำนวน 5,298 ครอบครัว
พืชเศรษฐกิจ
          1.ยางพารา
          2.ทุเรียน
          3.ลองกอง
          4.เงาะ
          5.มังคุด
          6.ส้มโชกุล
          7.มะพร้าว
          8. ผัก
     2.2 การอุตสาหกรรม
          มีโรงงานอุตสาหกรรมที่ได้รับอนุญาตดำเนินการและประกอบการ จำนวน 35 แห่ง
     2.3 การพาณิชย์
          -มีสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงขนาดใหญ่ จำนวน 5 แห่ง
          -มีธนาคาร จำนวน 7 แห่ง
          -มีสหกรณ์จำนวน 17 แห่ง
     2.4 การบริการ
          -มีโรงแรม จำนวน 18 แห่ง
          -สถานบริการและเริงรมย์ จำนวน 23 แห่ง
      2.5 การท่องเที่ยว
          -มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ ได้แก่
                    1. บ่อน้ำร้อน ตั้งอยู่ที่บ้านบ่อน้ำร้อน หมู่ที่ 2 ตำบลตาเนาะแมเราะระยะทางจาก ตลาดอำเภอเบตง 14 กิโลเมตร
                    2. น้ำตกอินทสร ตั้งอยู่ที่บ้านปาเลสตู หมู่ที่ 2 ตำบลตาเนาะแมเราะระยะทางจากตลาดอำเภอเบตง 16 กิโลเมตร
                    3. อุโมงค์เบตง ตั้งอยู่บ้านปิยมิตร 1 หมู่ที่ 2 ตำบลตาเนาะแมเราะระยะทางจากตลาดอำเภอเบตง 18 กิโลเมตร
                    4. สวนสาธารณะ และน้ำพุกลางเมือง ตั้งอยู่บนภูเขาในใจกลางเมืองเบตง
                    5. สวนนก สวนสุขภาพ และสถานกีฬาในหุบเขา ตั้งอยู่ในบริเวณสวนสาธารณะ
                    6. ตู้ไปรษณีย์ สูง – ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่บริเวณสี่แยกหอนาฬิกาใจกลางเมืองเบตง
                    7. พระมหาธาตุเจดีย์พระพุทธธรรมประกาศ และพระพุทธรูปองค์ใหญ่ ตั้งอยู่ ณ วัดพุทธาธิวาส ตำบลเบตง
                    8. ทัศนียภาพยามค่ำคืนนกนางแอ่นนับล้านตัว เกาะอยู่บนสายไฟฟ้ารอบตัวเมืองเบตง
                    9. ศาลเจ้าพ่อโต๊ะนิ ตั้งอยู่ในบริเวณโรงเรียนเบตง “วีระราษฎรประสาน”
                    10. สายหมอกและดอกไม้งาม สายหมอกในยามเช้าผสมด้วยดอกไม้ สวยงามจนมีผู้ขนานนามว่า “เมืองในหมอกและดอกไม้งาม”
                    11. พรมแดนไทย – มาเลเซีย ใต้สุดสยาม ตั้งอยู่ ณ ชายแดนใต้สุดของประเทศไทยและเหนือสุดของประเทศสหพันธรัฐมาเลเซีย

3) สภาพทางสังคม
     3.1 การศึกษา
          - ข้อมูลด้านการศึกษา

สถานศึกษาสังกัด จำนวน (โรงเรียน)
อศ.          1
สปช.       19
สศ.          2
สช           7

     3.2 การศาสนาและศิลปวัฒนธรรม
          - การศาสนา ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม ประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ ศาสนาพุทธ 48 เปอร์เซ็นต์ ศาสนาอื่น ๆ 2 เปอร์เซ็นต์
          - ศิลปวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีมีประเพณีและศิลปวัฒนธรรมของชาวไทยพุทธ ไทยอิสลาม และชาวไทยเชื้อสายจีนปรากฏอยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ
     3.3 การสาธารณสุข
(1) มีการให้บริการด้านสาธารณสุข โดยมีสถานบริการ ดังนี้
          - โรงพยาบาล ขนาด 170 เตียง จำนวน 1 แห่ง
          - สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ จำนวน 1 แห่ง
          - สถานีอนามัยประจำตำบล/หมู่บ้าน จำนวน 9 แห่ง
          - สำนักงานส่วนมาเลเซีย จำนวน 1 แห่ง
          - สถานพยาบาลของเอกชน จำนวน 12 แห่ง
          - ร้านขายยาแผนปัจจุบัน จำนวน 7 แห่ง
(2) อัตราการมีและใช้ส้วมราดน้ำ ร้อยละ 100 %
(3) หอกระจายข่าว จำนวน 17 แห่ง ครอบคลุมได้ร้อยละ 50 %
มีสถานีตำรวจภูธรอำเภอ/ตำบล จำนวน 3 แห่ง และกองร้อยตำรวจตระเวณชายแดน จำนวน 1 แห่ง

4) ระบบบริการพื้นฐาน
     4.1 การคมนาคม
          การคมนาคมติดต่อระหว่างอำเภอและจังหวัด รวมทั้งการคมนาคมภายในและ หมู่บ้านทางหลวงแผ่นดิน 3 สาย ทางหลวงธรรมดา 6 สาย
สำหรับเส้นทางเชื่อมระหว่างตำบลและหมู่บ้าน เป็นสภาพถนนลูกรัง จำนวน 10 สาย

5) ทรัพยากรธรรมชาติ
     5.1 ทรัพยากรดิน
          เป็นดินกลุ่มภูเขา เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสลับซับซ้อนลักษณะเป็นดินลูกรัง ดินร่วนปกเหนียว ซึ่งเหมาะแก่การปลูกยางพารา
     5.2 ทรัพยากรน้ำ
          แม่น้ำปัตตานีคลองเบตง คลองกะโด คลองวังสุดา คลองบ่อน้ำร้อน คลองพรวน คลองอัยเยอร์เวง คลองน้ำใสนอกจากนี้ยังมีลำธารอีกหลายแห่ง
     5.3 ทรัพยากรป่าไม้
          มีพื้นที่ป่าไม้ที่สำคัญ ได้แก่ป่าฮาลา ขณะนี้ได้ประกาศเป็นป่าพระนามาภิไท
5) ศักยภาพและโอกาสของอำเภอ
          (1) เป็นพื้นที่เป้าหมายในการพัฒนาของรัฐบาล ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
          (2) การร่วมมือการรวมกลุ่มของภาคเอกชน/ประชาชนในพื้นที่ มีศักยภาพสูงในการทำงานระดับทางราชการ และมีความต้องการในการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ
          (3) สภาพทางภูมิศาสตร์และพื้นที่มีความเหมาะสมในการพัฒนาด้านต่าง ๆ
          (4) ทรัพยากรมีความสมบูรณ์ และสามารถเป็นสิ่งที่ส่งเสริมเกื้อหนุนในการพัฒนาอำเภอ
          (5) ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มีความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่งและเป็นประโยชน์ในการพัฒนาพื้นที่แนวชายแดนร่วมกัน และร่วมมือตามนโยบายพัฒนาสามเหลี่ยมเศรษฐกิจ

ปัญหาของพื้นที่
          คณะกรรมการพัฒนาอำเภอ(กพอ.) ได้จัดกลุ่มปัญหาเป็น 7 ด้าน คือ
                    1. กลุ่มปัญหาโครงสร้างพื้นฐาน
                    2. กลุ่มปัญหาผลผลิต รายได้ และการมีงานทำ
                    3. กลุ่มปัญหาความรู้และการศึกษา
                    4. กลุ่มปัญหาสาธารณสุขและการอนามัย
                    5. กลุ่มปัญหาทรัพยากรธรรมชาติ
                    6. กลุ่มปัญหาแหล่งน้ำ
                    7. กลุ่มปัญหาอื่น ๆ